วิมานดิน

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home ตามหา...หอยโบราณ280ล้านปี

ฟอสซิลหอย280ล้านปี

อีเมล พิมพ์

ย่อความจาก...ไม่ลองไม่รู้ ฉบับ เดือน มกราคม 2553

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน...วันนี้ผมจะเล่าเรื่องสุสานหอย...แบรคิโอพอด(Brachiopod)หรือหอยตะเกียง(lamp shell)…ซึ่งเป็นหอยทะเลชนิดหนึ่ง...ที่อยู่บริเวณถ้ำบนยอดเขานิชา  ห่างจาก “บ้านไร่วิมานดิน...”  ประมาณ2  กม. ...

หอยแบรคิโอพอด มีลักษณะเป็นหอยสองฝาไม่เท่ากัน...ฝาหนึ่งเล็กฝาหนึ่งใหญ่...มีลักษณะคล้ายหอยแครง...มีขนาด  1.5-3.0  ซม...ดร.ปริญญา  พุทธาภิบาล...จากมหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตไทรโยค   ซึ่งท่านเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาระดับปริญญาตรีทางธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยนี้...ทั้งยังเป็นนักธรณีวิทยาระหว่างประเทศอีกด้วย...พบว่า...หอยแบรคิโอพอด...นี้มีอายุถึง...280-300  ล้านปี 

นั่นก็หมายความว่า...เมื่อ  280-300  ล้านปีที่แล้ว  บริเวณตำบลห้วยเขย่งนี้เคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน ข้อมูลนี้...พี่ชำนาญฯ...เจ้าของ “ภูผาตาดโฮมสเตย์” เป็นผู้เล่าให้ผมฟัง...หลังจากที่ได้พา...ดร.ปริญญาฯ...ขึ้นไปสำรวจมาแล้วครับ

       

ที่จริงผมได้ทราบข่าวนี้มานานหลายปีแล้วครับ...ว่ามีชาวบ้านห้วยเขย่งขึ้นไปขุดหอยมาขายให้กับพระสงฆ์...ตัวละ  50  สตางค์  ผมก็ถามพวกชาวบ้านว่า “พระเอาไปทำอะไร”  พวกชาวบ้านบอกว่า “พระเอาไปปลุกเศกทำเครื่องรางของขลัง”  ภรรยาของผมยังเคยได้มาจากพระหลังจากที่ไปทำบุญที่วัดแถว “บ้านไร่วิมานดิน...”  เลยครับ ผมยังบอกชาวบ้านเลยว่าไม่ควรไปขุดมาเลยเพราะว่า...หอยพวกนี้มีค่าทางธรณีวิทยามากกว่า  50  สตางค์มากนัก  ในวันนั้นผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่า...หอยนี้มีอายุถึง...280-300  ล้านปี...

 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้ไปดูหนังเรื่อง 2012 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหายนะของโลกที่แกนของโลกได้ร้อนขึ้นจนเปลือกโลกหลอมละลาย  เปลือกโลกยุบตัว...บางส่วนจมหายไป...บางส่วนที่เคยอยู่ใต้ทะเลก็โผล่ขึ้นมา  น้ำทะเลได้ไหลบ่าท่วมโลกทั้งโลก...หลังจากที่น้ำได้ท่วมและเปลี่ยนแผนที่โลกใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง...ยอดเขาเอเวอเรสต์โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเหมือนเกาะเล็กๆเท่านั้นเองครับ...

เมื่อผมกลับมายัง “บ้านไร่วิมานดิน...” คราวนี้...ความอยากขึ้นไปดูสุสานหอยทะเลอายุ  280-300  ล้านปี...ก็ถึงขีดสุด...เพียงแต่ผมขยาดทุกทีเมื่อนึกถึงการเดินขึ้นยอดเขาไปตามรอยเท้าช้างครับ  คราวนี้ผมรู้แล้วว่า...ไอ้เจ้าหอยตะเกียงพวกนี้...ขึ้นไปอยู่บนยอดเขาได้อย่างไร...?  แบบไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละครับ...

แล้ววันเริ่มการผจญภัยครั้งใหม่ของผมก็ได้เริ่มขึ้น...หลังจากที่ลูกค้าที่ได้เข้าพักอย่างเนืองแน่นในวันที่  5-7  ธค. 52  ผมได้พักผ่อนในวันที่  8  ธค. แล้วก็ออกเดินทางในเช้าของวันที่ 9 ธค. 52  ผม, แป๊ะหล่อ...ลูกน้องคู่ใจ, คว้า...ช่างซ่อมบำรุงของวิมานดิน  ได้ขับรถโตโยต้าฮีโร่รุ่นเก๋ากึกกก...ออกจากไร่ไปตามทางลูกรังประมาณ  2  กม.  ไปแวะรับ...นาย...คนนำทางซึ่งเฝ้าไร่อยู่ปากทางขึ้นยอดเขานิชานั่นเอง  นาย...บอกพวกเราว่าจะใช้เวลาเดินประมาณ1  ชม.  ซึ่งผมคงต้องใช้เวลาเดินประมาณ  1  ชม.ครึ่ง 

       

หลังจากจอดรถคู่ใจหลบไว้ไหล่ทางอย่างดีแล้วก็ออกเดินผ่านทุ่งข้าวไร่เข้าสู่ป่าไผ่นานาชนิด...เช่น..ไผ่ซางนวล...ไผ่ไร่...ไผ่หางช้าง...ไผ่ข้าวหลามและไผ่บงยักษ์เป็นต้น 

       

แล้วทางเดินก็ชันขึ้นเรื่อยๆไปตามรอยเท้าช้างป่า  อากาศกำลังสบายเนื่องจากเป็นหน้าหนาวและป่าไผ่ก็ค่อนข้างร่มรื่น  เราพบรอยเท้าหมูป่านอกจากรอยเท้าช้าง...เสียงเก้งร้องดังแว่วมาแต่ไกลเป็นระยะๆ  ในที่สุดเราก็ขึ้นถึงยอดเขาลูกแรกซึ่งชันมากอย่างไม่ยากเย็นนัก...แต่ผมต้องพักเหนื่อยด้วยหายใจไม่ทันกับการเดินขึ้นที่สูงเป็นระยะๆ  ขึ้นลูกที่สองไม่ยากเย็นอะไรเพราะไม่สูงชันเท่าลูกแรก...ระหว่างทางเราพบไม้ที่ถูกตัดไว้นานประมาณ  50  ปี...จากการบอกเล่าของแป๊ะหล่อ  
 
               

เราใช้เวลาอีกประมาณ  30  นาทีก็ขึ้นถึงยอดเขาลูกที่ 3  ซึ่งเป็นเป้าหมายของเราในการตามหาสุสานหอย  280-300  ล้านปี  บริเวณนั้นเป็นหน้าผาชัน...มีรอยที่นอนและขี้ของเลียงผาอยู่มากมาย  เราเดินเลียบหน้าผาลอดถ้ำทะลุไปตามทางเดินของช้างอีกเช่นเคยครับ  แล้ว นาย ก็ได้พาเรามาพบซากหอยที่ติดอยู่บนก้อนหินแต่ก็ยังมีหอยไม่มากนักในจุดแรก  เราเดินไปอีกประมาณ  50  เมตร...

        

คราวนี้...นาย..ชี้ให้ดูที่ผาหินมีหอยตะเกียงเกาะอยู่อย่างมากมาย  และที่หล่นลงมากองอยู่บนพื้นดินก็มาก  ผมถามนายว่า “หอยมันอยู่บนชั้นดินหรือ”  นายบอกว่า  “หอยมันเกาะติดอยู่บนชั้นหินร่วนพอฝนตกน้ำก็จะชะลงมาส่วนหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งพวกเลียงผาก็คุ้ยกิน...ซึ่งผมสันนิษฐานเอาเองว่ามันคงมีความเค็มของเกลือทะเลอยู่บ้าง...เลียงผามันจึงคุ้ยกิน...เพราะสัตว์มันก็ต้องกินเกลือซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มันต้องการในการดำรงชีวิตเช่นกันครับ

       

ผมได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าเจ้าหอยตะเกียงซึ่งเคยอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกเหล่านี้...บัดนี้อยู่ที่หน้าผาบนยอดเขาสูงจริงๆ  แล้วเราก็ไม่รู้ว่า...มันจะเกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อ  280-300  ล้านปีขึ้นอีกเมื่อไหร่...?  ด้วยภาวะโลกร้อนที่มนุษย์โลกช่วยกันทำให้มันเกิดขึ้นและเลวร้ายลงไปทุกวัน  อากาศแปรปรวนเดี๋ยวร้อน...เดี๋ยวหนาว...เดี๋ยวฝนตก...จนไม่รู้ว่าฤดูไหนกันแน่...อากาศ...อาหาร...น้ำ...เป็นพิษ...ผู้คนในเมืองใหญ่ต่างป่วยด้วยโรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะเพราะร่างกายสะสมพิษเอาไว้อย่างมากมาย  จนอวัยวะทำงานไม่ไหว 

ทำให้ผมได้สัจธรรมว่า  “เราทุกคนก็ต้องตายกันหมดหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโลกขึ้นจริงๆ  แล้วเราจะตั้งแง่แบ่งสีแบ่งฝ่ายกันไปทำไม  สู้หันหน้ามาสมานฉันท์ปรองดองกันอย่างจริงใจและจริงจังดีกว่า  ยึดถือศีลห้าอย่างจริงจังก็คงจะทำให้สังคมเป็นสุข  พระเจ้าอยู่หัวที่พวกเราเคารพรักก็จะได้สบายพระทัยไม่โทมนัส  บ้านเมืองก็จะได้เดินหน้าต่อไปไม่ติดขัด  อยู่กันอย่างมีเมตตาธรรมต่อกัน  อย่างมีความสุขตามอัตภาพดีกว่านะครับ”

แล้วผมก็ใช้เวลาประมาณ  45  นาทีในการลงจากยอดเขานิชา...กลับสู่วิมานดินอย่างอ่อนระโหยโรยแรงและโหยหิว  ด้วยเป็นเวลาบ่ายสองโมงกว่าแล้วครับ  รีบสั่งแม่ครัวให้ผัดกระเพราไก่ไข่ดาวให้อย่างด่วน...

สำหรับปีใหม่ที่จะมาถึง...ผมขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล...อำนาจบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราช...ตลอดจนอำนาจบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ...จงอำนวยพรให้ท่านผู้อ่านและครอบครัว...ให้คิดสิ่งใดก็ได้สมความปรารถนา...ยามประสบปัญหาก็ขอให้แก้ไขได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ...ตลอดไปเทอญ....สวัสดีครับ    

 

 


วิมานดิน NETWORK

Present By

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
ป้ายโฆษณา