บอกข่าว...เล่าเรื่อง
มีเรื่องเล่าว่า...
" ...หญิง สาวอายุใกล้ ๕๐ ปีคนหนึ่ง...ดูจากผิวพรรณและหน้าตา...อายุประมาณ ๓๕ ปี...เธอเล่าให้ฟังว่า... เมื่อมีเงินมาก จึงใช้จ่ายในการกิน ดื่ม เที่ยว เต็มที่ สถานเสริมความงามที่ใดที่มีเสียงเล่าลือว่ารักษาผิวหน้า ผิวตัวได้ดี เธอจะต้องแวะเข้าไปใช้บริการไม่มีเว้น เครื่องสำอาง เครื่องบำรุงผิว แพงเท่าใด เป็นต้องหาซื้อมาใช้ เพราะเธอมีปัญหาที่ผิวซึ่งแพ้ง่าย ตัวคัน...จนกระทั่งวันหนึ่ง ไปหาหมอ หมอบอกให้นอนโรงพยาบาลทันทีเพื่อผ่าตัดมดลูกออก เนื่องจากก้อนมดลูกโตมาก...เธอกลับบ้านพร้อมกับทานรางจืด...ไม่นาน เธอต้องลงมานอนข้างล่างเพราะผิวหนังของเธอเต็มไปด้วยตุ่ม หนอง น้ำเหลือง ไหลออกมานอกตัว เหมือนคนเป็นโรคเรื้อน แต่เธอก็อดทนทานยาต่อไปจนครบ ๑ เดือน ผิวหนังที่เป็นตุ่ม เป็นหนองก็แห้งลง จนไม่เหลือร่องรอยอีก เมื่อไปพบแพทย์ที่เคยวินิจฉัยตอนแรกว่าเธอมีเนื้องอกในมดลูก ตรวจอีกครั้ง หมอยังแปลกใจว่า ก้อนเนื้องอกนั้นยุบเล็กลง จนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออกแล้ว
ตำราสมุนไพรไทย สรรพคุณของรางจืดเป็นที่เลื่องลือมากว่าเป็นตัวยาถอนพิษที่ได้ผลชงัดนัก อาการมีตุ่ม มีหนองไหลออกมานอกตัว อาจเกิดจากการขับพิษของรางจืดก็ได้ เพราะเธอได้สะสมพิษไว้ในตัวมากเกินกว่าคนธรรมดาปกติจะมีกัน เนื่องจากชีวิตการกิน การดื่มในวงสังคม
โดยปกติร่างกายเราจะได้รับสารพิษจากอาหาร น้ำดื่ม และอากาศอยู่แล้ว ร่างกายจะสามารถชำระชะล้างสารพิษออกไปได้ในระดับหนึ่ง แต่เพราะวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และการกินอาหารขยะมากจนร่างกายขับออกไม่ทัน สารพิษจึงสะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อ เป็นผลให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว ทั้งยังกีดกันไม่ให้รับสารอาหารเข้าไปเลี้ยงร่างกายได้เต็มที่ ซึ่งสามารถเห็นได้จากความเหี่ยวแห้งของผิวหนังและเส้นผม..."
http://www.musicradio.in.th/station/viewthread.php?tid=1330
" ...ที่น่าวิตก ก็คือ สารพิษฆ่าแมลงในกลุ่ม “ออร์กาโนคลอรีน” (Organochlorine) และ “ออร์กาโนฟอสเฟต” (Organophosphate) และตัวเก่งของกลุ่มนี้ คือ “พาราไทออน” แต่สารพิษในกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มสารพิษทางการเกษตรที่มีพิษร้ายแรงที่สุดและตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้นานนับ 10 ปี สารพิษที่มักตรวจพบอยู่เสมอในดิน น้ำ อาหาร และในตัวคน เพราะสารนี้สามารถสะสมในเนื้อเยื้อของพืชผักและในระบบชีววิทยาของมนุษย์และสัตว์ได้ ส่วนพิษทั้งมีทั้งเฉียบพลันและสะสมเรื้อรัง พิษเฉียบพลัน คือ ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ปวดหัวอย่างแรง ชักกระตุก และตายในที่สุด ส่วนพิษเรื้อรังตายผ่อนส่งนั้น คือ ก่อให้เกิดความผิดปกติในเซลล์ของตับ ปอด และไต จนถึงขั้นเป็น “มะเร็ง” กันเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นยังมีพิษแบบส่งต่อ คือ หญิงมีครรภ์คนใดได้รับสารตัวนี้ก็จะส่งพิษไปถึงทารก ซึ่งอาจจะคลอดออกมาพิการ หรือมิฉะนั้นก็เลี้ยงไม่โตมิหนำซ้ำยังสะสมในน้ำนมอีกต่างหาก
...รางจืดมีสรรพคุณในการกำจัดพิษที่เราต้องรับเข้าไปทุกวัน โดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการพิษขึ้น โดยอาจดื่มในรูปของชาใบรางจืด หรือลูกกลอนใบรางจืดที่บดละเอียด ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่ได้ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ต้องอาบน้ำในแม่น้ำแล้วเกิดมีผื่นคันขึ้นมากทั้งตัว โดยเฉพาะในหน้าแล้งซึ่งมีของเสียเข้มข้นมากในน้ำ โดยให้ใช้ใบรางจืดทั้งต้ม กินและอาบน้ำ หลังอาบน้ำอาการผื่นแพ้ก็ทุเลา รวมทั้งประสบการณ์ตรงที่สุนัขถูกยาเบื่อ เมื่อใช้เถารางจืดฝนกับน้ำซาวข้าวกรอกปาก อาการก็หายอย่างชัดเจน และนอกจากนี้โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชได้ทดลองใช้น้ำต้มใบรางจืดแก้พิษสารฆ่าหญ้า พาราควอต ร่วมกับยาแผนปัจจุบันซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ..."
http://www.doctor.or.th/node/3697
"...รับประทานประจำทุกวันสามารถล้างพิษในโลหิตและพิษที่ตกค้างในร่างกายออกได้ เป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งอันเนื่องมาจากสารพิษสะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี และผู้ป่วยมะเร็งถ้ารับประทานรางจืดประจำก็สามารถทำให้สุขภาพดีขึ้น และผมเข้าใจว่าสามารถล้างพิษจากการฉีดยาคีโมได้ ข้อนี้ผู้ป่วยต้องทดลองดู มีผู้ที่สั่งรางจืดจากผมครั้งละหลายร้อยกระปุกได้เล่าให้ฟังว่าแม้ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานรางจืดก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างประหลาด น้ำตาลในเลือดไม่ขึ้น ผมไม่ยืนยันในข้อนี้เพราะยังไม่ได้ทดสอบ แต่มีคนเล่าให้ฟังอย่างน้อย 3 คน
ตามตำราเภสัชแผนโบราณกล่าวถึงสรรพคุณของรางจืดไว้ว่ารางจืดมีรสจืดเย็น ใบ ราก เถา ตำคั้นหรือเอารากฝนกับน้ำ หรือต้มเอาน้ำดื่มถอนพิษ แก้ไข้ ถอนพิษยาเบื่อเมา แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ปวดหู ตำพอกแก้ปวดบวม ทั้งต้นปรุงยาแก้มะเร็ง
พ.ต.อ.ชลอ อุทธกภาสก์ ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับรางจืดไว้ในหนังสือ”คู่มือยาสมุนไพร และโรคประเทศเขตร้อน และวิธีบำบัดรักษา ว่าสามารถใช้รางจืดรักษาคนที่ถูกวางยาเบื่อ ยาสั่งมีพิษร้าย คนเมาสุราจนสิ้นสติ คนรับประทานเห็ดพิษ ใบไม้หรือผักมีพิษ สัตว์ที่มีพิษต่าง ๆ พิษจากสารเคมี หรือยาพิษจากสมุนไพรต่าง ๆ..."
http://www.sanyasi.org/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=4&Id=528196
"...อ.นิพันธ์พงศ์ พานิช กรรมการผู้จัดการ ศูนย์ความงามโอเรียนทอลบิวตี้ กล่าวว่า สมุนไพรไทยมีหลากหลายชนิดที่ช่วยรักษาโรคต่างๆได้ผลดีมาก ได้แก่ ว่านรางจืด เป็นว่านล้างพิษ ดีท็อกซ์ ถ้าเกิดเราเป็นเบาหวานมีน้ำตาลอยู่ในเลือดมากจนกระทั่งเกิดกรดสะสม มีกรดหลายตัวที่เกิดจากน้ำตาล สะสมมาจนคั่งค้างอยู่ตามผิวหนัง ตามหลอดเลือด อวัยวะ ต่าง ๆ แล้วเกิดพิษ ว่านรางจืดช่วยแก้พิษได้ และช่วยลดน้ำตาลในเลือด เพราะเป็นว่านที่ดีท็อกซ์พิษโดยเฉพาะ เป็นยาแก้พิษ หากได้รับพิษมาให้ใช้รางจืด หรือหากเกิดพิษเบื่อเมา กินรางจืดก็จะหาย อีกชนิดนึงที่มีคุณสมบัติเทียบเคียงได้กับว่านรางจืดคือ ย่านางแดง หรือถ้าเกิดหาย่านางแดงไม่ได้ ให้ใช้ใบย่านางเขียวที่เรากินอยู่ในครัวเรือนสด ๆ ก็จะมีคุณสมบัติเทียบเท่ารางจืด แต่ว่าย่านางจะใช้สำหรับแก้พิษเฉียบพลัน ส่วนว่านรางจืดแก้พิษเมาเบื่อ..."
http://www.innnews.co.th/wb/show.php?Category=innnews&No=9934
"...ผู้นิยมสมุนไพรยังแจ้งผลการใช้มาว่าแก้พิษได้อีกหลายอย่าง เช่น สุนัขโดนวางยาเบื่อก็รอดชีวิตมาได้ โดยเจ้าของคั้นน้ำรางจืดให้กิน หรือในอดีตใครที่ถูกวางยาก็มักแก้ด้วยรางจืด..."
http://www.health.nu.ac.th/disp_tip2.php
"...พญ.สุพรรณี ประดิษฐ์สถาวงษ์ ผอ.รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า ปกติคนที่รับประทานแมงดาถ้วย หรือเหรา หรือแมงดาไฟเข้าไปแล้วเกิดอาการเป็นพิษจะไม่มียาใดๆรักษาแก้พิษ แพทย์ทำได้แต่เพียงล้างท้อง หรือทำให้อาเจียน แล้วใช้เครื่องช่วยหายใจ การที่แพทย์ หรือพยาบาลยอมให้ญาตินำเอาสมุนไพรอย่างรางจืดมาให้ผู้ป่วยกินนั้น เพราะปัจจุบันนี้ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่แพทย์เห็นว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่า แพทย์มีสิทธิที่จะทำตามคำขอของญาติผู้ป่วยนั้นๆ ยิ่งต้นรางจืดเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้พิษได้ ทั้งต้นและรากของรางจืดจะเป็นยาขับปัสสาวะ ทำให้ช่วยขับพิษแมงดาทะเลออกมาทางปัสสาวะของผู้ป่วย จนอาการของแม่ลูกดีขึ้นตามลำดับ..."
ที่มา: women.sanook.com รางจืด..สมุนไพรมหัศจรรย์ถอนพิษได้
"...รางจืด...สูตรแก้ไข้เลือดออกมีวิธีง่ายๆคือ เอาใบที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไปจำนวน 7 ใบ ตำละเอียดผสมน้ำซาวข้าวเจ้าบีบเอาน้ำให้ผู้เป็นไข้เลือดออกกิน ซึ่งอายุ 1-4 ขวบ กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร อายุ 3-4 ขวบ กินครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ อายุ 5-7 ขวบ กินครั้งละ 3 ช้อนโต๊ะ อายุ 7-12 ขวบ กิน 4 ช้อนโต๊ะ และอายุ 12 ปีขึ้นไปกินครั้งละครึ่งแก้ว 3 เวลาเหมือนกัน อาการหลังกินวันแรกประมาณครึ่งชั่วโมงตัวยาจะขับพิษไข้เลือดออกเป็นเหงื่อ ตามหน้าผากและหน้าอกจำนวนมาก จากนั้นวันถัดไปอาการจะดีขึ้นหายได้..."
ไทยรัฐออนไลน์ โดย นายเกษตร 8 ธันวาคม 2552
คนโบราณในแถบอีสาน เล่าสืบต่อกันมาว่า...
"...อาหารที่เก็บมาจากในป่า เวลาที่ปรุงทุกครั้งให้ใส่ใบรางจืดเข้าไป จะทำให้พิษที่เกิดจากพืชในป่าหรือสัตว์ป่าสลายไป นายพรานหรือคนเข้าไปหาของป่า เวลาทำอาหารก็มักจะใช้วิธีนี้เป็นประจำ..."
ที่มา: ภูมิปัญญาอีสาน
"...ดิฉันเลี้ยงสุนัขตัวหนึ่ง พอเป็นหนุ่มชอบเที่ยว และไปกัดไก่ชาวบ้าน เค้าเลยเอายาเบื่อหนูคลุกไก่ที่ตายให้มันกิน เพื่อแก้แค้น ตกดึกประมาณเที่ยงคืน มันมาตะกายประตูหน้าบ้าน ดิฉันเปิดดูพบว่า มันกลับมามีอาการคางแข็ง อัมพาตท่อนล่าง ฉี่ราด ม่านตาโพลง เลยลากมันไปนอนที่สนามหญ้า ...ทราบทันที่ว่ามันถูกพิษ ในทันที่ก็เอาไข่ขาว กรอกปากให้อาเจียนแต่ไม่ได้ผลเพราะพิษทำลายประสาทแล้ว ในใจนึกถึงว่านรางจืดที่เพื่อนปลูกเลยไปเด็ด ...เอาใบราางจืด ขยี้น้ำ จะได้น้ำใสๆเมือก กรอกให้มันกิน ครึ่งชั่วโมง /ครั้งๆละครึ่งแก้ว จนเวลา ตี3 เหมือนปาฏิหารย์ มันเดินได้เข้ามาหาดิฉันที่นั้่ง สัปหงกตรงประตูบ้าน คางที่แข็งอยู่แลบลิ้นได้...
...ผ่านไป 6-7 ปี ดิฉันไปเที่ยวภาคกลาง ไปเจอะกระยาสารที่มีกลอยเป็นส่วนผสม ชอบมาก กินไปดูทีวีไป ซักพักรู้สึกอึดอัด ร้อนแบบไม่มีสาเหตุ แต่เหงื่อไม่ออก ถามใครๆก็ไม่ร้อน ดิฉันรู้สึกหายใจไม่ออก จึงถอนเสื้อผ้าแล้วเอาน้ำราดหัว ก็ไม่หาย หลังจากนั้นมีอาการอาเจียนพุงแบบตั้งตัวไม่ทัน อาการต่อมาจึง ท้องร่วงอย่างรุนแรง จนพี่สาวจะส่งโรงพยาบาล ...ถามพี่เขยว่ามีรางจืดไกล้ๆหรือไม่ ปรากฎว่ามีจึงบอกวิธีให้พี่สาวทำให้กิน ประมาณ ครึ่งชั่วโมงให้หลังเหงื่อแตก รู้สึกว่าลมพะดมาสัมผัส ผ่อนคลาย และอาการดีขึ้นตามลำดับ ต่อจากนั้นมา ดิฉันใด้ศึกษาสรรพคุณของรางจืดพบว่าแก้ร้อนใน พิษอีสุกอีใส และเอาน้ำคั่นจากใบชะโลมผิวที่โดนอีสุกอีใสเล่นงานรับรองไม่เป็นหนองและไม่เป็นแผลเป็นด้วย..."
http://story.thaimail.com/news/index.php?option=com_content&task=view&id=1332&Itemid=0
"...กลอย เป็นพืชป่าที่อาจทำให้ผู้บริโภคที่ไม่เคยรับประทานกลอยมาก่อน เกิดอาการแพ้ได้
แม้ว่าจะทำการล้างกลอยมาอย่างดีแล้วก็ตาม...ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความต้านทานของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน
ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการบริโภค
กรณีที่มีอาการแพ้ หรือได้รับพิษจากการรับประทานกลอย อาการจะเหมือนอาหารเป็นพิษทั่วไป
พยายามดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้พิษนั้นเจือจางลง หลังจากนั้นให้รับประทานผงถ่านคาร์บอนซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
หรือดื่มน้ำสมุนไพรรางจืด เพื่อดูดซับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร
ทั้งนี้อาจดื่มน้ำเกลือแร่ร่วมด้วย เพื่อชดเชยน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป..."
http://www.launsin200.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=200548
สำหรับอาการเหงื่อออกหลังทานเพื่อแก้พิษ ดูเหมือนจะมีอาการเหมือนคนหลายคนที่ใช้ทานหลังเมาค้าง เช่น มีสตรีท่านหนึ่งโพสไว้ในพันทิพย์ว่า"...ประสบการณ์ส่วนตัว..เมาค้างคะ ใช้แล้วได้ผล เหงื่อจะออก ทันทีทันควัน สักพักก็จะรู้สึกดีขึ้นคะ ... " หรือจากประสพการณ์ของคนหลายคนที่ทานเพื่อแก้เมาค้าก็ไม่แตกต่างกัน
มีรายงานการใช้ใบรางจืดเถาชนิดดอกสีม่วงในการรักษาอาการเมา หรือถูกพิษต่างๆจากการรับประทานเห็ดเมา ปลาปักเป้าทะเลบางชนิด แมงดาทะเลที่มีพิษ ยาพิษ หรือยาฆ่าแมลง จะใช้รากก็ได้แต่ควรมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ถ้าใช้ใบก็
ประมาณ 7-10 ใบ(ไม่อ่อนไม่แก่ไป) ตำให้ละเอียดผสมน้ำซาวข้าวคั้นเอาน้ำรับประทานประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ จะช่วยถอนพิษได้ภายในระยะเวลา 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
มีเรื่องเล่าว่า...มีวัยรุ่นบางชอบทดลองก็เอาใบรางจืดฉีกใส่เหล้าแล้วทาน ปรากฎว่าไม่เมา แต่เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่อ่งเล่าที่เรายังไม่ได้พิสูจน์
ข่าวเมื่อ 17 กพ. 53 "...กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสุโขทัย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีการระดมชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาให้ความรู้ด้านสุขาภิบาล และรับการบำบัดด้วยสมุนไพรไทยว่านรางจืด ที่มีสรรพคุณแก้พิษสะสม แก้ไขร้อนในได้ จนปัจจุบันประชาชนในพื้นที่กลับมีสารเคมีในเลือดอยู่ในขั้นปกติแล้ว..."
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255302170233&tb=N255302
."..แพ้ปู กะกุ้งนะ กินแล้วมันจะแน่ๆๆๆหายใจไม่ออก ตัวบวม หน้าบวม จากบวมๆๆก็บวมอีก ต้องฉีดยาแก้แพ้ถึงหาย แต่ตอนนี้หายแล้ว โดยการกินน้ำ รางจืด...ต้มกับน้ำหม้อเบอร์16 กับใบรางจืดสักสิบใบ รสชาดจืด เหมือนชาอะ กินไปสักสามสี่หม้อนะ แล้วลองกินกุ้งดู ไม่เป็นไรเลยอะ แต่ก็ต้องกินเรื่อยๆสักพักนะ จะหายแพ้เอง บางคนเขาแพ้มดตัวใหญ่ๆอะพอโดนกัดไข้ขึ้นเลยอะเขาก็หาย..."
http://kumanthongsiam.igetweb.com/index.php?mo=5&qid=368036


