Home วิมานดิน...ดีท็อกซ์ที วิธีใช้...

วิธีใช้

" วิมานดิน...ดีท็อกซ์ที "...ทานได้ทุกวันและตลอดวัน โดยแช่ชาในน้ำร้อน ปิดฝาทิ้งไว้3นาที ดื่มต่างน้ำ โดยใช้ซ้ำได้หลายครั้งจนชาจืด ในกรณีที่ได้รับพิษ เมาหรือแฮงค์โอเวอร์ให้ดื่มทันที

มีผู้เข้าใจผิดว่าหากทานติดต่อกันนาน ๆ ก็จะขับสารสำคัญบางอย่างของร่างกายออกมาด้วย หรือขับยาที่ทานออกมา จึงไม่ควรทานติดต่อกัน ให้ทานแล้วหยุดเป็นระยะ...

ในความเป็นจริง!!!...สามารถทานติดต่อกันได้และสารอาหารหรือยาจะไม่ถูกขับออกมา เพราะชาล้างสารพิษของวิมานดิน จะทำหน้าที่แปรสภาพพิษให้เป็นกลาง จากนั้นจึงถูกกระบวนการตับ ไต และถุงน้ำดีขับออกมา

วิธีใช้: ตามหลักเภสัชกรแผนไทย ถ้าโดนพิษแรงๆ โดยเฉพาะที่มี ไซยาไนท์ ใช้วิธีผสมกับนำซาวข้าวก็จะดีมาก แต่ถ้าแค่เมาเหล้า เป็นลมพิษไม่มากนัก แค่ดื่มเป็นน้ำชาก็พอ

***สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีความดันต่ำ และผู้ที่เป็นโรคหืด ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากมีผลทำให้ความดันต่ำ***
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

การนำไปใช้...

ย้อนหลังไปเมื่อ 2 มีนาคม ปี 2534 เกิดเหตุคอนเทนเนอร์บรรจุสารเคมีที่ท่าเรือคลองเตยระเบิดไฟไหม้ สารเคมี สารพิษพวยพุ่งออกมา ไม่ว่าจะเป็นเมทธิลโบรไมด์ รวมทั้งฟอร์มาลดีไฮด์ที่ใช้ดองศพและพิษร้ายแรงอื่น ๆ มีผู้ได้รับพิษเฉียบพลันต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทันทีถึง 2,000 คน และมีผู้ป่วยระดับต่าง ๆ กว่าหมื่นคน ซึ่งมีสิทธิเป็นมะเร็งผ่อนส่ง เพราะมีรายงานว่าสารเคมีที่ระเบิดในครั้งนั้น เป็นสารก่อมะเร็ง

สารประกอบหลักรางจืดที่บรรจุอยู่ในชาดีท็อกซ์ จึงถูกนำมาบำบัด รักษา ชาวสลัมคลองเตยที่ถูกสารพิษเหล่านี้

    
ที่เคยเป็นข่าวฮือฮาลงในไทยรัฐ คือข่าวพาดหัวว่า " ฮือฮารางจืด แก้พิษแมงดา( 6 ก.พ. 51 ) " คือมีผู้กินแมงดาทะเลมีพิษแพทย์แผนปัจจุบันรักษาไม่ได้ นอนรอความตาย บรรดาญาติจึงเอา “รางจืด” ฝนกับน้ำกรอกปากรอดชีวิตมาได้เหลือเชื่อ เป็นที่ตกตะลึงของวงการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง

การศึกษาที่น่าสนใจคือ ใช้ลดพิษสะสมในร่างกายของเกษตรกรที่พ่นยาฆ่าแมลง ทำให้หายใจเอาสาร Organo Phosphate เข้าไปอย่างหลี่กเลี่ยงไม่ได้ เมื่อพิษสะสมในร่างกายมากๆเข้าก็จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วย สถานีอนามัยในต่างจังหวัดไม่สามารถให้ยาลดพิษแผนปัจจุบันแก่เกษตรกรออย่างทั่วถึง เพราะมีราคาสูง จึงให้เกษตรกรดื่มน้ำรางจึดเป็นประจำ พบว่าปริมาณสารพิษในกระแสเลือดลดน้อยลง
   

ข่าวเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองอุทัยธานี ได้นำสารประกอบหลักรางจืด นำไปใช้แก้ปัญหาสารพิษตกค้างในเลือดของเกษตรกรในพื้นที่ ลดการเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุได้ 

ตามรายงายวิจัยที่จังหวัดอ่างทอง เมื่อนำมาบรรจุแคปซูนให้ ชาวนาชาวไร่ ทานแล้วไปตรวจเลือด พบว่า DDT ในกระแสเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แถบชนบท เกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีทางการเกษตรต่างๆ นำมาต้มทำเป็นชา ดื่มแทนน้ำธรรมดาเพื่อใช้ทำลายและขับพิษสารเคมี ไม่ให้ตกค้างในร่างกายหลัง การใช้สารเคมีเป็น ก็การช่วยถอนพิษตกค้างในร่างกายได้ดีทีเดียว
แหล่งข้อมูล : ผศ.ดร.พรรณระพี อำนวยสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่พิษณุโลก (ฝ่ายสัตวบาล) 


 
ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จะใช้ควบคู่กับกรรมวิธีล้างท้อง ผู้ป่วยที่กินยากรัมม็อกโซนหรือยาฆ่าหญ้าที่มีตราหัวกะโหลกไขว้ หวังฆ่าตัวตาย สามารถช่วยชีวิตได้ถึงร้อยละ 51% จากเดิมที่ไม่มีวิธีรักษาและต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน

งานทดลองทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า มีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะส่วนของใบที่สกัดจากน้ำ ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าหญ้าหวาน เห็ดหลินจือ และดอกคำฝอย

ในส่วนของการจับไขมันรางจืดจะเป็นตัว ช่วยจับเอาไขมันที่ซ่อนอยู่ในเนื้อสัตว์ออกจนหมด เมื่อนำไปขยำหมักกับเนื้อสัตว์ทุกชนิด นำเนื้อสัตว์ที่หมักไปทอด หรือปรุงอาหาร เมื่อรับประทานแล้วจะไม่มีไขมันเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดโรคร้ายตามมา

--------------------------------------------------------------------------

“สารก่อมะเร็งร้ายสลายได้…ด้วย...ดีท๊อกซ์ที”