Home วิมานดิน...ดีท็อกซ์ที เรื่องราวของชา...

เรื่อวราวของชา...

ย้อนหลังไป 4,000 ปี ชาทั่วไปได้ถูกพบโดยจักรพรรดิจีน เสินหนง ซึ่งเป็นนักสมุนไพรที่ชอบดื่มเฉพาะน้ำต้มสุกเท่านั้น วันหนึ่งขณะที่เสินหนง กำลังพักผ่อนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ และกำลังต้มน้ำดื่มอยู่นั้น มีลมพัดทำให้ใบไม้ร่วงหล่นลงในน้ำซึ่งใกล้เดือดพอดี เมื่อเขาลองดื่ม ก็เกิดความรู้สึกกระปรี่กระเปร่าขึ้น พอมาในช่วงศตวรรษที่ 3 ชาวจีนได้รู้ถึงสรรพคุณด้านเป็นยา โดยจะดื่มชาเป็นยาเป็นเครื่องบำรุง

สมัยสุโขทัยช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับจีน น่าจะมีการดื่มชากันแล้ว แต่ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนคือจาก จดหมายเหตุ ลาลูแบร์ราชฑูตฝรั่งเศส ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พูดถึงการดื่มชาในสยามว่าดื่มเฉพาะในกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น ถือเป็นมารยาทผู้ดีอันจำเป็นต้องนำน้ำชามาเลี้ยงผู้มาเยี่ยม และคำว่า "ชา" คนไทยก็เรียกกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางแล้ว

 "น้ำชา" ซึ่งจัดว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติ ของชาวเมืองผู้ดี อังกฤษนั้น มีคุณประโยชน์ มากกว่าน้ำเสียอีก หากดื่มมัน ให้ได้ถึงวันละ 4 ถ้วยหรือมากกว่านั้น การดื่มน้ำชา นอกจากจะ ช่วยดับกระหายแล้ว มันยังมีประโยชน์ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ คนมักเชื่อว่า การดื่มน้ำชา จะทำให้ปัสสาวะบ่อย แต่ความจริงแล้ว น้ำชาสามารถช่วยเติมน้ำ ในร่างกายคนเราได้เป็นอย่างดีเพราะที่จริงแล้วน้ำชาช่วยดับกระหายมากกว่า และการดื่มชายังมีประโยชน์ต่อหัวใจ และดีกว่าดื่มน้ำเสียอีก เพราะในน้ำชามีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย

ในอดีตชา เป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมจากใบ ยอดอ่อน และก้าน ของต้นชา (Camellia sinensis) นำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลายหลาย "ชา" ยังหมายรวมถึงเครื่องดื่มกลิ่นหอม ที่ทำจากพืชตากแห้งชนิดต่างๆ นำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อน นอกจากนี้ ชา ยังเป็นเครื่องดื่มที่มีการบริโภคมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่า

ในยุคปัจจุบัน ชาได้เปลี่ยนแปลงไปมากกว่าการบริโภคเพื่อสุขภาพ แต่เพื่อการชำระล้างสารพิษที่มีอยู่ในร่างกาย เพราะในปัจจุบันมีสารพิษอยู่รอบๆตัวเรามากมายนั้นก็คือชาสมุนไพร คำว่า "ชาสมุนไพร" นั้น หมายถึง น้ำที่ชงจากสมุนไพร ใบไม้ ดอกไม้ หรือผลไม้ ของพืชอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมจากต้นชา

อย่างไรก็ตาม ชาคุณภาพดี ต้องปลูกในพื้นดินที่ดี ใช้น้ำที่มีคุณภาพ  และจะต้องใช้เป็นยาได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่ในดีท็อกซ์ทีของบ้านไร่วิมานดิน...

--------------------------------------------------------------------------

“สารก่อมะเร็งร้ายสลายได้…ด้วย...ดีท๊อกซ์ที”